เครดิตต้นทาง

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X7930761/X7930761.html

Fallacy มีชื่อเรียกภาษาไทยว่า ปฤจฉวาที ทุตรรกบท หรือ เหตุผลวิบัติ เหตุผลลวง กล่าวคือ fallacy เป็นการใช้เหตุผลที่ไม่ดี อาจกล่าวเพื่อให้เห็นภาพได้ว่ามันเป็นการใช้เหตุผลอย่างมีเล่ห์ หลอกล่อให้ผู้ฟังยอมรับข้อสรุปที่เสนอด้วยเหตุผลที่ไร้น้ำหนักแต่ฟังดูดี หรือด้วยวิธีการที่ยอกย้อน อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าผู้ที่ใช้เหตุผลวิบัติไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เจ้าเล่ห์จริงๆ เพราะมีหลายคนที่ใช้เหตุผลวิบัติโดยไม่รู้ตัว

Fallacy ในทางตรรกศาสตร์แบ่งเป็นหลากหลายชนิด รูปแบบการให้เหตุผลมากมาย มีทั้ง Formal fallacy (เหตุผลวิบัติที่พิสูจน์ความถูกต้องได้โดยเขียนรูปแบบของกฎของความสมเหตุสมผล) และ Informal fallacy (เหตุผลวิบัติที่ไม่จัดในรูปแบบของกฎของความสมเหตุสมผลได้ตายตัว) หากจะให้อธิบายทั้งหมดก็คงจะกินเวลามหาศาลและน่าเบื่อเป็นอย่างยิ่ง จึงขอยกตัวอย่างเฉพาะที่น่าสนใจและพบได้บ่อยในการถกเถียงในเว็บบอร์ด

อนึ่ง ขอออกตัวก่อนว่า จขกท.ไม่ใช่นักใช้เหตุผลชั้นเลิศ เป็นเพียงนักตรรกศาสตร์มือสมัครเล่นที่ยังคงใช้เหตุผลแบบผิดๆอยู่บ้างในโลกแห่งความจริง ไม่ได้เก่งวิเศษวิโสมาจากไหน ก่อนตั้งกระทู้ก็ทำการบ้านมาเยอะ หาข้อมูลตาแฉะ วัตถุประสงค์ของกระทู้นี้คืออยากให้เพื่อนอ่านแล้วพิจารณาตนเอง ดูละครแล้วย้อนดูตัว จะได้รู้ว่าเราเองก็เคยใช้เหตุผลผิดๆหรือเปล่า และที่ตั้งในห้องหว้ากอก็เพราะตรรกศาสตร์เป็นศาสตร์แห่งการใช้เหตุผล ซี่งเหมาะสมกับห้องหว้ากอที่นิยมถกเถียงกันด้วยเหตุและผล (ไม่รู้เหมือนกันว่าอ้างอย่างนี้จัดเป็น fallacy หรือเปล่านะ)

Fallacy of accident - ละทิ้งข้อยกเว้น

การสรุปเหตุผลโดยไม่สนใจข้อยกเว้น เป็น fallacy ที่ดูออกง่ายที่สุด แต่ก็ยังมีคนใช้อยู่เนืองๆ เช่น

กระทู้ถามว่าเราไม่ควรฆ่าสิ่งมีชีวิตใดๆเลยเพราะการฆ่าสิ่งมีชีวิตเป็นการทำความชั่ว ดังนั้นจุลินทรีย์ แบคทีเรีย เชื้อราต่างๆเราก็ไม่ควรฆ่าใช่หรือไม่ กระทู้ดังกล่าวจัดเป็น Fallacy of accident แบบหนึ่ง

“เราไม่ควรฆ่าสิ่งมีชีวิต ดังนั้นเราไม่ควรกินยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าแบคทีเรีย”

“เราไม่ควรฆ่าสิ่งมีชีวิต ดังนั้นเราไม่ควรช่วยตัวเองครับ”   (อันนี้ไม่เกี่ยวครับ)



Fallacy of relative to absolute - เหมารวม

การสรุปแบบเหมารวม เป็นการสรุปตามโลกทัศน์ของผู้พูด เมื่อผู้พูดประสบกับเหตุการณ์หนึ่งๆเป็นประจำก็มักจะมองหาภาพรวมหรือรูปแบบของเหตุการณ์นั้นๆ ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งที่ผู้พูดประสบมาไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนของความจริงทั้งหมดก็ได้ ตรงข้ามกับอันแรก อันนี้ก็เจอบ่อยมากๆในเว็บบอร์ดเช่นกัน

กระทู้ถามว่าจบจากมหาวิทยาลัยไหนดีที่สุด เก่งที่สุด จัดเป็นกระทู้ล่อเป้า และจะล่อ fallacy ชนิดนี้เข้ามาตอบ

“ที่ทำงานผมมีแต่คนจบจากมหาวิทยาลัย A ซึ่งเก่งๆกันทุกคนเลย ดังนั้นคนที่จบจากมหาวิทยาลัย A เก่งทุกคน”

ในบางครั้ง เมื่อเราเข้าไปอ่านกระทู้ในห้องหนึ่งๆ บ่อยครั้งเข้า เราจะตัดสินภาพรวมของห้องนั้นจากประสบการณ์ที่เราเห็น ซึ่งแท้จริงแล้วอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด

“เปิดเข้าไปดูกระทู้ห้องเฉลิมไทยทีไรก็เจอแต่หน้าม้าทุกที ห้องเฉลิมไทยเป็นห้องของพวกหน้าม้า อย่าไปเข้าไปเสียเวลาอ่าน”

“ห้องราชดำเนินมีแต่เสื้อแดงและพวกหัวรุนแรง”

หรืออาจจะกล่าวได้ว่าการเหมารวมคืออคติในอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้

“โทรศัพท์ยี่ห้อนี้ออกมากี่รุ่นๆก็แย่ไปหมด รุ่นที่เพิ่งออกใหม่ก็คงเหมือนกัน แย่แบบไม่ต้องรีวิว”

“นักการเมืองที่ผมเคยพบเห็นมีแต่พวกหาประโยชน์ใส่ตน นักการเมืองเป็นพวกโกงกินและทำลายชาติบ้านเมือง”

ในเชิงสังคมศาสตร์ถือว่าข้อความดังกล่าวข้างต้นเป็น มายาคติ (Myth) คือสิ่งที่เราเชื่อว่ามันเป็นจริงอยู่วันค่ำทั้งที่ความจริงอาจไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปก็ได้

“คนไม่มีศาสนาที่ฉันเจอมีแต่พวกหัวรุนแรงทั้งนั้น ดังนั้นคนไม่มีศาสนาเป็นพวกหัวรุนแรง”

 

 

 =================================================

ตอนนี้ น้องบลอกของผม ก็ผ่านการไม่อัพเดทมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

 

 

คาดว่า น้องบลอก ก็คงเกิดอาการเหมือนคนไม่อาบน้ำมา 1-2 เดือน

 

 

เพราะฉะนั้น ช่วยกัน อาบน้ำให้ น้องบลอก ของผมหน่อยนะครับ

 

 

เอ้า สาดดดดดดดดดดดดดดดด!!

ในสายตาผู้ชายส่วนใหญ่..มักมองผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอและสามารถอยู่ใต้ บังคับบัญชาพวกเขาได้ตลอดเวลา..แต่ในขณะเดียวกัน..ผู้หญิงที่พวกเขาเห็นและ คิดว่าอ่อนแอเสมอนั้นก็มีมารยาหญิงที่ชายอย่างคุณก็อาจจะจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เหมือนกัน


1. เปิดขวดโค้กลิตรไม่ไหว ทั้งที่ความจริงพวกเธอเคยหักคอหมูป่าด้วยมือเปล่ามาแล้ว


2."ตอนเย็นซื้อกับข้าวมาด้วยนะ" แปลว่า เลิกงานห้ามไถลไปไหน ฉันรอกินอาหารอยู่


3. พูดไปฟังไปแล้วชอบตีแขนผู้ชายบ่อยๆ ประมาณว่า บ้า พูดอะไรไม่รู้ตัวเอง


4. ทะเลาะกับแม่มาอีกแล้ว คือจะเรียกร้องความสนใจอีกแล้วครับพี่น้อง


5. หัวเราะตลอดเวลา ไม่รู้ว่าผู้ชายจะพูดอะไรทำอะไรก็ตาม เห็นเป็นขำซะเหลือเกิน


6. ใส่เสื้อคอกว้าง คว้านลึกถึงสะดือ


7. ชอบพูดอะไรเปรยๆ ให้ฟังบ่อยๆ ว่า คุณเธอกำลังจะเลิกกับแฟนคนเก่า


8. เลิกคิ้ว ทำตาโต เอนตัวมาข้างหน้า ทำเป็นใสซื่อ สนใจฟังผู้ชายพูด อย่างกับกลัวว่าจะออกข้อสอบ


9. กินเผ็ดไม่ได้ อย่ามาเสแสร้างทำเป็นลิ้นบาง ควายทั้งตัวพวกเธอยังเลียมาแล้ว.... wow


10. แพ้ยกทรง ใส่แล้วผื่นขึ้น ไม่เชื่อพี่ดูนมหนูซิ !!!


11. นั่งจิกตามองผู้ชาย พอเราหันไปเจอ ก็ทำเป็นหลบตา แต่ไม่วายช้อนตาขึ้นมามอง ทำขวยเขิน


12. คันหลัง เกาไม่ถึง ช่วยเกาให้หน่อยซิ


13. ใส่กางเกงเอวต่ำสุดๆ นั่งยองๆ เห็นกางเกงใน ขอบย้วยโผล่มาครึ่งตัว นึกว่ากางเกงบอล.... แป่ว


14. ชอบมาสายกว่าเวลานัดนิดนึง อยากให้เรารอ จะได้เห็นตอนเธอสวยเดินเข้ามา


15. ไม่กอดอกเวลาพูดคุย พยายามวางมือไว้ในที่โล่ง ล่อเราตลอดเวลา อย่าติดกับไปจับเข้าหล่ะ....


16. เพราะเธอจะดึงมือตัวเองหนีมือเราเบาๆ พร้อมรอยยิ้มหวาน แต่ในใจเธอ "เสร็จกรูส์ล่ะมึง"


17. แกล้งเล่นตัวไม่รับโทรศัพท์ พยายามจะให้เรากระวนกระวายใจ


18. เสยผมบ่อยๆ ต่อหน้าเรา เพราะรู้ว่า เราเคยอ่านเจอว่านั่นเป็นการแสดงความสนใจ


19. ชอบลองเครื่องประดับที่ร้าน แล้วถามเราว่า "สวยมั๊ย" บอกเป็นนัยๆ ให้รู้ว่าชอบนะซื้อให้หน่อย


20. ใส่น้ำหอมที่หลังหูเวลาไปเที่ยวกลางคืน ใครพูดอะไรแกล้งไม่ได้ยิน เอียงหูให้เขามาพูดใกล้ๆ


21. หาเรื่องถามทาง ไปไหนไม่รู้ กลับไม่ถูก


22. ชวนถ่ายสติกเกอร์ภาพคู่ แล้วแกล้งคิกขุ แปะไว้ตามโทรศัพท์มือถือ หรือพวงมาลัยรถของผู้ชาย


23. ปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ตามเสื้อ ให้รู้ว่า "ชั้นใส่ใจเธอนะ"


24.โทรเช็คพิกัดอยู่บ่อยๆ แต่อ้างว่า "คิดถึงอ่ะ"


25. ถึงไม่รัก ไม่สนใจ แต่ก็ส่งแมจเสจมาทิ้งเชื้อเอาไว้เนืองๆ เพื่อบริหารเสน่ห์


26. อัดเพลง คัดเลือก ความหมายใกล้ตัว ให้ผู้ชายเป็นของขวัญ


27. ทำตัวเศร้าสร้อยเมื่อเราสนุกกับเพื่อน แล้วลืมสนใจหล่อนไปแค่อึดใจเดียว


28. ทำหวานเมื่อเราโกรธ ทำโทษเมื่อเราผิด ทำหงุดหงิดเมื่อเราไม่ตามใจ


29."พี่คิดยังไงกับหนู" ประโยคเด็ดที่ผู้ชายต้องเจอทุกคน ระหว่างกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม


30."พี่ทำไมทำแบบนี้" ประโยคน็อคที่พวกหล่อนต้องพูด หลังจากเก็บเข็มเก็บด้ายเข้าที่แล้ว