posted on 23 Jul 2009 03:01 by 9archangel in Free-Talk
กติกา
1. ถ่ายรูปตนเองที่ Cosplay เพียง 1 รูป ลงในบล็อกของท่านครับ
2. Cos เป็นตัวละครอะไรก็ได้ ที่คิดว่าตนเอง Born to be!!
3. สิ้นสุดกิจกรรมนี้ วันที่ 25 กรกฎาคม 2552 ครับ
4. เมื่อท่านนำลงบล็อกของท่านแล้ว รบกวนใส่ Tag ว่า "EGCos" นะครับ
เพื่อที่ทาง Staff ของเราจะได้รวบรวม และทำLink กลับไปที่บล็อกของท่านครับ
(หรือถ้ากลัว Staff จะตกหล่น ส่ง ems มาบอกก็ได้ครับ)
ร่วมสนุกด้วยครับ มีรูปอยู่พอดี
จะว่าไงดีล่ะ มันก็ไม่เชิง Born to Be หรอกครับ แค่ Born to Me มากกว่า แหะแหะ
ชุดนี้เป็นชุดคอสเพลย์ชุดแรก และชุดเดียวที่มีอยู่ คือ จังหวะผมมีกิจกรรมที่บริษัท ให้แต่งแฟนซีนี่แหละ
ผมชอบ Star War อยู่แล้วเป็นทุนเดิม เลยลองค้นคว้าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต เห็นว่ามีเจไดมาสเตอร์ ที่หน้าตาแบบเอเชียๆอยู่ท่านหนึ่ง (แต่ชุดที่ตัดออกมาใช้ต้นแบบจากชุดของอาจารย์โอบิวัน ซะงั้น) ผลตอบรับจากงานก็ค่อนข้างโอเคพอใช้เลยทีเดียว เป็นพิธีกรในงานที่เด่นกว่าคนอื่นอยู่พอสมควร
ตัวกระบี่แสง เป็นของเล่นที่เอามาโมดิฟายใหม่เล็กน้อย กำลังมองหาอันที่เหมือนๆอยู่ (แต่แอบแพง) ส่วนชุด ถ้ามีโอกาสได้ใส่ในงานไหนสักงานยังมีจุดที่ต้องแก้ไขอีกหลายจุดเพื่อจะให้เหมือนจริงๆ และอาจจะชวนเพื่อนๆที่รู้จักมาแต่งกันเป็นทีมให้ดูจริงๆจังๆหน่อย (แต่เมื่อไหร่ล่ะ)
posted on 04 Jun 2009 03:17 by 9archangel in Article
เครดิตต้นทาง
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X7930761/X7930761.html
Fallacy มีชื่อเรียกภาษาไทยว่า ปฤจฉวาที ทุตรรกบท หรือ เหตุผลวิบัติ เหตุผลลวง กล่าวคือ fallacy เป็นการใช้เหตุผลที่ไม่ดี อาจกล่าวเพื่อให้เห็นภาพได้ว่ามันเป็นการใช้เหตุผลอย่างมีเล่ห์ หลอกล่อให้ผู้ฟังยอมรับข้อสรุปที่เสนอด้วยเหตุผลที่ไร้น้ำหนักแต่ฟังดูดี หรือด้วยวิธีการที่ยอกย้อน อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าผู้ที่ใช้เหตุผลวิบัติไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เจ้าเล่ห์จริงๆ เพราะมีหลายคนที่ใช้เหตุผลวิบัติโดยไม่รู้ตัว
Fallacy ในทางตรรกศาสตร์แบ่งเป็นหลากหลายชนิด รูปแบบการให้เหตุผลมากมาย มีทั้ง Formal fallacy (เหตุผลวิบัติที่พิสูจน์ความถูกต้องได้โดยเขียนรูปแบบของกฎของความสมเหตุสมผล) และ Informal fallacy (เหตุผลวิบัติที่ไม่จัดในรูปแบบของกฎของความสมเหตุสมผลได้ตายตัว) หากจะให้อธิบายทั้งหมดก็คงจะกินเวลามหาศาลและน่าเบื่อเป็นอย่างยิ่ง จึงขอยกตัวอย่างเฉพาะที่น่าสนใจและพบได้บ่อยในการถกเถียงในเว็บบอร์ด
อนึ่ง ขอออกตัวก่อนว่า จขกท.ไม่ใช่นักใช้เหตุผลชั้นเลิศ เป็นเพียงนักตรรกศาสตร์มือสมัครเล่นที่ยังคงใช้เหตุผลแบบผิดๆอยู่บ้างในโลกแห่งความจริง ไม่ได้เก่งวิเศษวิโสมาจากไหน ก่อนตั้งกระทู้ก็ทำการบ้านมาเยอะ หาข้อมูลตาแฉะ วัตถุประสงค์ของกระทู้นี้คืออยากให้เพื่อนอ่านแล้วพิจารณาตนเอง ดูละครแล้วย้อนดูตัว จะได้รู้ว่าเราเองก็เคยใช้เหตุผลผิดๆหรือเปล่า และที่ตั้งในห้องหว้ากอก็เพราะตรรกศาสตร์เป็นศาสตร์แห่งการใช้เหตุผล ซี่งเหมาะสมกับห้องหว้ากอที่นิยมถกเถียงกันด้วยเหตุและผล (ไม่รู้เหมือนกันว่าอ้างอย่างนี้จัดเป็น fallacy หรือเปล่านะ)
Fallacy of accident - ละทิ้งข้อยกเว้น
การสรุปเหตุผลโดยไม่สนใจข้อยกเว้น เป็น fallacy ที่ดูออกง่ายที่สุด แต่ก็ยังมีคนใช้อยู่เนืองๆ เช่น
กระทู้ถามว่าเราไม่ควรฆ่าสิ่งมีชีวิตใดๆเลยเพราะการฆ่าสิ่งมีชีวิตเป็นการทำความชั่ว ดังนั้นจุลินทรีย์ แบคทีเรีย เชื้อราต่างๆเราก็ไม่ควรฆ่าใช่หรือไม่ กระทู้ดังกล่าวจัดเป็น Fallacy of accident แบบหนึ่ง
“เราไม่ควรฆ่าสิ่งมีชีวิต ดังนั้นเราไม่ควรกินยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าแบคทีเรีย”
“เราไม่ควรฆ่าสิ่งมีชีวิต ดังนั้นเราไม่ควรช่วยตัวเองครับ” (อันนี้ไม่เกี่ยวครับ)
Fallacy of relative to absolute - เหมารวม
การสรุปแบบเหมารวม เป็นการสรุปตามโลกทัศน์ของผู้พูด เมื่อผู้พูดประสบกับเหตุการณ์หนึ่งๆเป็นประจำก็มักจะมองหาภาพรวมหรือรูปแบบของเหตุการณ์นั้นๆ ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งที่ผู้พูดประสบมาไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนของความจริงทั้งหมดก็ได้ ตรงข้ามกับอันแรก อันนี้ก็เจอบ่อยมากๆในเว็บบอร์ดเช่นกัน
กระทู้ถามว่าจบจากมหาวิทยาลัยไหนดีที่สุด เก่งที่สุด จัดเป็นกระทู้ล่อเป้า และจะล่อ fallacy ชนิดนี้เข้ามาตอบ
“ที่ทำงานผมมีแต่คนจบจากมหาวิทยาลัย A ซึ่งเก่งๆกันทุกคนเลย ดังนั้นคนที่จบจากมหาวิทยาลัย A เก่งทุกคน”
ในบางครั้ง เมื่อเราเข้าไปอ่านกระทู้ในห้องหนึ่งๆ บ่อยครั้งเข้า เราจะตัดสินภาพรวมของห้องนั้นจากประสบการณ์ที่เราเห็น ซึ่งแท้จริงแล้วอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด
“เปิดเข้าไปดูกระทู้ห้องเฉลิมไทยทีไรก็เจอแต่หน้าม้าทุกที ห้องเฉลิมไทยเป็นห้องของพวกหน้าม้า อย่าไปเข้าไปเสียเวลาอ่าน”
“ห้องราชดำเนินมีแต่เสื้อแดงและพวกหัวรุนแรง”
หรืออาจจะกล่าวได้ว่าการเหมารวมคืออคติในอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้
“โทรศัพท์ยี่ห้อนี้ออกมากี่รุ่นๆก็แย่ไปหมด รุ่นที่เพิ่งออกใหม่ก็คงเหมือนกัน แย่แบบไม่ต้องรีวิว”
“นักการเมืองที่ผมเคยพบเห็นมีแต่พวกหาประโยชน์ใส่ตน นักการเมืองเป็นพวกโกงกินและทำลายชาติบ้านเมือง”
ในเชิงสังคมศาสตร์ถือว่าข้อความดังกล่าวข้างต้นเป็น มายาคติ (Myth) คือสิ่งที่เราเชื่อว่ามันเป็นจริงอยู่วันค่ำทั้งที่ความจริงอาจไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไปก็ได้
“คนไม่มีศาสนาที่ฉันเจอมีแต่พวกหัวรุนแรงทั้งนั้น ดังนั้นคนไม่มีศาสนาเป็นพวกหัวรุนแรง”
=================================================
posted on 07 Apr 2009 23:56 by 9archangel in Free-Talk
ตอนนี้ น้องบลอกของผม ก็ผ่านการไม่อัพเดทมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
คาดว่า น้องบลอก ก็คงเกิดอาการเหมือนคนไม่อาบน้ำมา 1-2 เดือน
เพราะฉะนั้น ช่วยกัน อาบน้ำให้ น้องบลอก ของผมหน่อยนะครับ
เอ้า สาดดดดดดดดดดดดดดดด!!